โทรศัพท์มือถือที่เราควรรู้

โทรศัพท์มือถือก่อนที่จะไม่มีปุ่มโฮม

คนทั่วไปใช้เวลามากกว่า3ชั่วโมงต่อวันในการเล่นกับโทรศัพท์ซึ่งมันอาจจะฟังดูแล้วมันจะไม่เยอะสักเท่าไหร่แต่นั้นมันก็มากกว่าหนึ่งเดือนครึ่งของทุกๆปีในเวลาที่เล่นโทรศัพท์คุณอาจจะสงเกตเห็นว่าโทรศัพท์เครื่องใหม่ของคุณนั้น

จะมีปุ่มนั้นได้หายไปสองปุ่มซึ่งคุณนั้นไม่ได้จินตนาการไปหรอกปุ่มโฮมหายไปและมันอาจจะไม่ใช่ปุ่มเดียวสมาร์ทโฟนจะจัดการเอาปุ่มออกมาหลายปีแล้วดังนั้นจึงไม่เป็นที่แปลกใจเลยที่บรษัทอย่างstaและSAMSUNพยายามจะผลิตโทรศัพท์ที่ไม่มีปุ่มไม่เชื่อใช่ไหม

ดูอย่าง BLACKBERRYELECTRON สมาร์ทโฟนเครื่องแรก

ที่มีการเปิดตัวอย่างใหญ่โตระบบสั่นมีแป้นพิมพ์และปุ่มรับสายและวางสายเนื่องจากหน้าจอนั้นมีขนาดเล็กมายมันจึงไม่สามารถแสดงฟังชั่นได้ทั้งหมดในการใช้มือถือแบล็คเบอร์รีคุณจะต้องเลือนผ่านเมนูเพื่อค้นหาสิ่งที่คุณต้องการหลายรุ่นใช้ปุ่มลูกศรหรือแทกบอลเล็กๆแทนที่จะเป็นหน้าจอดสัมผัสในขณะที่มือถือแบล็คเบอร์รียังไม่เก่าเท่าไหร่แบนรด์นี้ก็ยังเป็นผู้นำในตลาดในยุคนั้น

โทรศัพท์แอนดรอยในรุ่นแรกๆก็ดูคล้ายๆเหมือนกันมันอาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันแต่สิ่งที่โดนเด่นที่สุดก็คือปุ่มโฮมปุ่มย้อนกลับปุ่มเมนูปุ่มโทรและปุ่มวางสายเช่นเดียวกับมือถือแบล็คเบอร์รีทั้งหมดนั้นก็ได้เปลี่ยนไปในปี2007เมื่อแอปเปิ้ลเปิดตัวIPhoneถือมันจะยากที่จะเชื่อในตอนนี้แต่ในตอนแรกมีคนไม่มากนักที่คิดว่าIPhoneจะดี

แม้แต่ สตีฟจอบส์เอง ผู้ก่อตั้งแอฟเปิ้ลก็ไม่ได้เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ใหม่ของพวกเขา100%ถึงอย่างนั้นมันก็ใช้เวลาไม่นานก่อนที่ผู้คนจะตระหนักถึงจุดแข็งของIPhoneคือการเอาคีย์บอร์ดออกไปทำให้หน้าจอมีขนาดใหญ่ถึงสองเท่าสิ่งนี้มีประโยนช์เพราะมันหมายความว่าแอฟสุดโปรดต่างๆของคุณอยู่ไกล้เพียงนิดเดียวเท่านั้น

  ปุ่มหลักๆยังมีอยู่อีกหลายปีแต่วันของพวกมัน

นั้นก็เหลืออีไม่นานจากนั้นปุ่มโทรและวางสายก็หายไปแต่ปุ่มทิศทางที่ไร้ประโยนช์ยังอยู่ลอดได้นานหลายปีเนื่องจากเมนูไม่ได้สำคัญเหมือนเดิมอีกต่อไปจึงไม่จำเป็นจะต้องมีปุ่มย้อนกลับหรือปุ่มเมนูพวกมันยังคงทำตามหน้าที่แต่มันก็ไม่ใช่ที่หน้าจอสัมผัสนั้นจะทำไม่ได้แน่นอนว่าการที่กำกัดปุ่มหายไปหนึ่งปุ่มหรือสองปุ่มก็ไม่ทำให้พื้นที่นั้นว่างเท่าไหร่นักแต่แค่นิดหน่อยก็ยังดี

ตอนนี้ก็จะเหลือแค่เพียงปุ่มโฮมและมันก็ดูไม่มีอนาคตเช่นกันหลายคนยังชอบปุ่มโฮมที่จริงแล้วมันยังคงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ลูกค้าจำนวนมากชอบแอฟเปิ้ลมากกว่าแอนดรอยและหน้าเสียดายสำหรับคนที่ชื่นชอบให้มีปุ่มที่บริษัทไม่อาจต้านทานให้พื้นที่ครึ่งนิ้วเพิ่มขึ้นมาได้จริงๆ

 

สนับสนุนโดย ole777

คอมพิวเตอร์เบื้องต้น

– Fault Tolerance เนื่องจากภายในโซนจะมี Primary Name Server และ Secondary Name Server ถ้าเกิดเหตุการณ์เครื่องแรกมีปัญหา (Down) เครื่อง Secondary Name Server ยังทำงานแทนได้ (เรียกว่าระบบ Redundancy) ทำให้ไคลเอนต์ยังสอบถามเรคอร์ดต่างๆ บนโดเมนได้

– Load Balancing เป็นการแบ่งเบาภาระของ Primary Name Server โดยการกำหนดให้ไคลเอนต์บางส่วนเข้าใช้บริการสอบถามเรคอร์ด (SRV, SOA) ที่อยู่ในโซนจากเครื่อง Secondary Name Server

– Distribution เป็นการกระจายทราฟฟิกบนระบบเน็ตเวิร์กโดยเฉพาะระบบ WAN ซึ่งมีความเร็วต่ำกว่า LAN โดยติดตั้งเครื่อง Secondary Name Server เอาไว้ที่สำนักงานสาขาที่มีเครื่องไคลเอนต์อยู่จำนวนมาก เพื่อให้ไคลเอนต์เหล่านั้นใช้บริการบนเครื่องนี้ไม่ต้องสอบถามเรคอร์ดบน Primary Name Server ผ่านเครือข่าย WAN ซึ่งมีลิงก์ต่ำ และยังเพิ่มปริมาณทราฟฟิกหรือช่องทางการจราจรให้ระบบอีกด้วย

– Caching Only Server เป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่มีข้อมูลของโซนไฟล์ และไม่มีการเรพลิเคตข้อมูลจาก Primary Name Server เนื่องจาก Caching Only Server จะเก็บเรคอร์ดของโซนไฟล์ที่แมปชื่อได้ไว้ในหน่วยความจำแคช (Cache Memory) การทำงานพื้นฐานจะคล้าย Web Caching กล่าวคือ เมื่อไคลเอนต์สอบถามเรคอร์ดที่ต้องการ เซิร์ฟเวอร์ไม่มีข้อมูลของโซนไฟล์ จึงทำการสอบถามไปยังเครื่อง Name Server อื่น แล้วเก็บข้อมูลที่ได้มาไว้ในหน่วยความจำแคช (Cache Memory) ในครั้งต่อไปถ้ามีการสอบถามเรคอร์ดเดิม ก็สามารถส่งข้อมูลให้ไคลเอนต์ได้ทันที ในการใช้งานจะต้องกำหนด Forward Name Server ให้กับเครื่อง Caching Only Server สำหรับส่งต่อการร้องขอไปยัง Name Server อื่น หรือบนอินเทอร์เน็ตที่มีโซนไฟล์อยู่

ประเภทของ DNS Zone

DNS Server จะแบ่งโซนไฟล์ออกเป็น 4 ประเภทด้วยกันดังนี้

– Primary zone เป็นการกำหนดให้เซิร์ฟเวอร์เครื่องนี้ทำงานที่เป็น Primary DNS Server หรือ Name Server หลักของระบบ มีหน้าที่เก็บฐานข้อมูล คือ โซนไฟล์ (Zone File) ประกอบด้วยทรัพยากรเรคอร์ด (Resource Record) ของโดเมนที่รับผิดชอบไว้ จะมีชื่อไฟล์ ชื่อโซน .dns และเก็บอยู่ในตำแหน่ง windows\system32\dns ผู้ดูแลระบบสามารถจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเรคอร์ดต่างๆ ในโซนไฟล์ของเครื่อง Primary DNS Server นี้เท่านั้น

– Secondary zone เป็นการกำหนดให้เซิร์ฟเวอร์เครื่องนี้ทำหน้าที่เป็น Secondary DNS Server หรือ Backup Name Server ของระบบ มีหน้าที่สำรองฐานข้อมูลโซนไฟล์จาก Primary DNS Server และฐานข้อมูล DNS ของ Secondary DNS Server จะเป็นแบบอ่านได้อย่างเดียว (Read only) ไม่สามารถแก้ไขได้ จึงต้องมีการทำกระบวนการ “DNS Zone Transfer” จากเครื่อง Primary DNS Server จัดการเรพลิเคตข้อมูลมายังเครื่อง Secondary DNS Server เป็นระยะๆ